Bit Investment/ June 10, 2018/ วิเคราะห์, เหรียญ และ โทเคน, EOS/ 2 comments

Introduction

ตอนผู้เขียนเริ่มศึกษาเรื่องบล๊อคเชนได้ไม่นานนัก เริ่มพอจะเข้าใจหลักการว่ามันทำงานยังไงผู้เขียนก็ได้มีโอกาสไปเจอเหรียญหนึ่งเข้า สาเหตุที่ไปเจอเพราะว่าความซนที่ไปคลิ๊ก 100 อันดับแรกของโทเคนใน Coinmarketcap อันดับหนึ่งในตอนนั้นมันเป็นของเหรียญ EOS เลยลองเข้าไปอ่านดูว่ามันคืออะไร ปรากฎว่าแหกโค้งครับ ไม่รู้เรื่องเลย งงไปหมด มันไม่เหมือนเหรียญที่ผู้เขียนเคยขุด มันมีเอาไว้ทำอะไร ทำไมมันทำเป็น Smart Contract บน ERC20 ทำไมไม่มี Chain เป็นของตัวเอง มันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับคนที่เพิ่งเข้าใจเรื่องบล๊อคเชนอย่างผู้เขียนในตอนนั้น แล้วมันคืออะไร ทำไมผู้เขียนจึงสนใจ ลองติดตามไปเรีือย ๆ นะครับผมแบ่งเรื่องของ  EOS ไว้หลายตอนเพราะรายละเอียดเยอะมาก

 

Background

EOS ในความคิดของผู้เขียนขอเปรียบเทียบให้เข้าใจกันง่าย ๆ ว่ามันเหมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เอาไว้ Run DApp โดยเปรียบเปรยกับชีวิตจริงให้เห็นภาพว่า EOS เหมือนห้างสรรพสินค้าที่เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ให้ร้านค้ามาเปิดขาย ร้านค้าก็เปรียบเสมือน DApp ที่คนมีความสามารถในเชิงธุรกิจมาเขียนเป็น Smart Contract บนแพลตฟอร์มนี้ได้ไว้ให้บริการคนที่มาเดินในห้าง พวกนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยในการประเมินว่ามันจะมีมูลค่าเท่าไหร่ เพราะมูลค่ามันจะมากน้อยตาม DApp ที่อยู่บนแพลตฟอร์มนั้น ๆ และจำนวนผู้ใช้งาน

EOS เป็นแพลตฟอร์มที่เรียกได้ว่าระดมทุนนานมากใช้ระยะเวลาทั้งหมด 350 วัน ระดมทุนได้เยอะมากราว ๆ 4,000 ล้านเหรียญ จนเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าแผนที่จะจัดการกับเงินทุนที่ได้ไปจะเอาไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่ถือเหรียญ การระดมทุนนั้นได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2018 ซึ่งหลังจากนั้นก็ประกาศเข้ากระบวนการให้กลุ่มผู้สนับสนุนเป็นผู้ดำเนินการทำให้ EOS Mainnet พร้อมใช้งาน โดยเริ่มจากวันที่ 2 มิถุนายน 2018 จนถึงวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน Block Producer ก็เห็นพ้องต้องกันว่าพร้อมให้ Mainnet ใช้งานได้ในวันที่ 10 มิถุนายน 2018 ด้วยเหตุนี้เองระหว่างที่ระดมทุน 350 วัน EOS ไม่มี Mainnet ของตัวเอง จึงต้องอาศัย ERC20 บน Ethereum สำหรับการแสดงเป็นเจ้าของเหรียญ ซึ่งตอนที่ขึ้น Mainnet ความเป็นเจ้าของเหรียญบน ERC20 จะถูกโอนจากเน็ตเวิร์คของ Ethereum ไปบนเน็ตเวิร์ค EOS ตามแผนที่ทีมงานวางไว้

 

Game Theory

วิธีคิดของผู้ทำเหรีญนี้มีหลาย ๆ อย่างที่ผู้เขียนเห็นว่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโลกของคลิปโตแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว เพราะสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้นั้นคือการดึงคนมาคนเริ่มมาใช้งานในระบบและเมื่อมาใช้งานแล้วระบบอยู่ต่อไปได้ในระยะยาว เหมือนดึงให้คนลองมาเดินห้างก่อนเมื่อมีประสบการณ์ที่ดีแล้วก็จะติดใจไม่ไปไหน ปัจจัยเหล่านั้นคืออะไร

  • Transaction Fee = 0 – ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเรื่องนี้เป็นการเดินเกมส์ที่เฉลียวฉลาดมาก ถ้าผู้อ่านลองจินตนาการตามที่ผู้เขียนเปรียบเปรย ว่า EOS เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าจริง และ DApp เปรียบเสมือนร้านค้า ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ ก็ควรจะเปรียบเสมือนคนเดินห้าง คนเดินห้างไม่ควรต้องเสียค่าธรรมในการเข้ามาเลือกใช้บริการ การที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการใช้บริการจะทำให้คนเดินห้างกันเยอะ ถ้าเปรียบเทียบกับอีกห้างหนึ่งที่มีของคุณภาพดีเท่า ๆ กันแต่คิดค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ ถ้าเลือกได้จะเลือกแบบไหน แน่นอนส่วนตัวผู้เขียนเลือกแบบที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้เขียนจึงสรุปว่าเป็นการเดินเกมส์ที่ชาญฉลาด แล้วผลักภาระให้กับร้านค้าที่ผู้เขียนเปรียบเทียบนั่นคือผู้พัฒนา DApp นั่นเองโดยเก็บค่าธรรมเนียมจากการใช้งานเหมือนค่าน้ำค่าไฟซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเป็นธรรมดี คือใช้มากก็จ่ายมาก ถ้าใช้มากก็แปลว่าธุรกิจดี ถึงแม้ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่มก็ถือว่าเป็นปัญหาที่ดี เพราะส่วนต่างของกำไรย่อมมี
  • Block Producer Reward และ Voting – Block Producer มีบทบาทมาในระบบนิเวศของ EOS มาก เป็นเสาหลักในการทำให้ระบบของ EOS เสถียร มีหน้าที่ในการสร้าง Block รวมไปถึงเรื่องการกำหนดทิศทางของ EOS ด้วยผ่านทางการโหวดจากผู้ถือเหรียญ การมี Reward เป็นการจูงใจให้คนมาทำ Block Producer รวมไปถึงการโหวตที่ผู้ถือเหรียญมีสิทธิในการแสดงความเห็น ก็เป็นการบังคับกลาย ๆ ว่า Block Producer ต้องแสดงให้คนถือเหรียญเห็นด้วยว่า Block Producer นั้นได้ทำอะไรให้ระบบนิเวศนี้บ้าง เพื่อที่คนถือเหรียญจะได้โหวดเลือก Block Producer นั้น กระบวนการนี้ทำให้ Block Producer รู้ว่าตนไม่ควรทำตัวเกเร เพราะผู้ถือเหรียญอาจไม่โหวดให้ได้ ดังนั้นกระบวนการให้ผลตอบแทน และการโหวตจึงเป็นการจูงใจให้ Block Producer ทำตัวดีอยู่ในกรอบของการดำเนินการที่ควรจะเป็น
  • High Speed Transaction – เรื่องบางเรื่องหากมาถูกที่ถูกเวลา แม้ไม่ได้ดีมากก็บูมได้ ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า EOS มาถูกที่ถูกจังหวะเวลา มาในช่วงที่ Ethereum กำลังประสบปัญหาเรื่องของการ Scaling แม้ท่านผู้นำอย่าง Vitalik จะออกมาบอกว่า Ethereum จะได้เป็นล้าน Transaction แต่นั่นยังเป็นแค่จินตนาการบนพื้นฐานทางเทคโนโลยี และมาในช่วงที่ High Performance Blockchain กำลังเดินหน้าเรียงแถวออกมากันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Zilliqa (ZIL), Quackchain, Holochain เป็นต้น ก็ยังรอการพิสูจน์อยู่ ส่วน EOS กำลังจะทำให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เร็วขนาด ล้าน Transaction แต่เอาแค่ให้คนใช้รู้สึกว่าไม่ช้าถ้ามี DApp ที่คนใช้เยอะ ๆ ไปวิ่งอยู่บน EOS Blockchain ก็เพียงพอที่จะทำให้ EOS Platform มีการใช้งานได้อย่างแพร่หลาย
  • Web Assembly เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญของคนทำ DApp ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าการเดินเกมส์นี้จะทำให้ผู้พัฒนา DApp ง่ายต่อการหาคนมาพัฒนา เนื่องจาก Web Assembly สามารถให้คนที่มีทักษะในการเขียนภาษา C/C++/Rust ซึ่งยังมีจำนวนมากในท้องตลาด ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีประสบการ์ในการทำงานมาแล้ว ที่สำคัญจะสามารถดึงคนที่เคยเขียนโปรแกรมแบบเดิม ๆ มาเข้าสู่ยุคบล๊อคเชนได้ง่ายขึ้น

Governance

ส่วนตัวผู้เขียนแล้วใส่ใจเรื่องนี้มาก เพราะผู้เขียนเข้ามาลงทุนในโลกของคลิปโตนี้เพราะเห็นศักยภาพในระยะยาวของเทคโนโลยีนี้ ดังนั้นจำเป็นต้องหาองค์กรที่เรามั่นใจได้ว่าจะสามารถประคองระบบนิเวศนี้ได้อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการของ EOS มีผู้อยู่เบื้องหลังแค่กลุ่มเดียวโดยบริษัท Block.One โดยทำหน้าที่ทุกอย่างไม่เหมือนกับ Cardano (ADA) ที่ผมชอบวิธีการจัดตั้งองค์กรแบบนั้น เพราะเค้าแยกหน้าที่ได้อย่างชัดเจน แต่ Block.One รวมทุกอย่างมาอยู่ที่ตัวเอง ซึ่งไม่ผิดแต่ความชัดเจนในการวางตัวจะต่ำ

  1. Block.One พัฒนา Open Source Software เป็นหลักชื่อว่า EOS.io (ถ้าเทียบกับ Cardano คือ IOHK)
  2. Block.One มีหน้าที่กระตุ้นให้ Community ใช้งานวางมาตรฐานเดินสายคุยกับองค์กรต่าง ๆ (ถ้าเทียบกับ Cardano คือ Cardano Foundation)
  3. Block.One ทำหน้าที่กระตุ้นให้คนเข้ามาพัฒนา DApp บนระบบนิเวศของตน โดยเดินสายหา VC (Venture Capital) หรือจัดงาน Hackatron เพื่อดึงคนเข้ามาพัฒนารวมถึงให้ทุนในการพัฒนา (ถ้าเทียบกับ Cardano คือ Emergo)

จะเห็นได้ว่าบทบาทของ Block.One มีหลายส่วน ภาพลักษณ์มันปะปนกันคนทำงานก็จะแยกไม่ค่อยออกแต่ถามว่าทำได้ไหม ก็ไม่ได้ผิดเพียงแต่ในแผนกต้องรู้ว่าอะไรคือวาระของตัวเองในการดำเนินงาน แต่ส่วนตัวผู้เขียนชอบการออกแบบองค์กรแบบ Cardano (ADA)

Block.One ก่อตั้งโดย Brendan Blumer เป็นชาวอเมริกันอายุ 31 ปีเท่านั้น เค้ามีบริษัทของตัวเองเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีในเอเซีย ตอนอายุ 15 ประมาณปี 2002 เค้าตั้งบริษัท GaMeCLiFF ทำระบบในการซื้อขายไอเทมในเกมส์ ปี 2005 ประมาณ 3 ปีหลังจากก่อตั้งบริษัท Brendan Blumer ได้ขายบริษัทให้กับ Internet Gaming Entertainment ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น IMI Exchange

ในปี 2007 Brendan Blumer ตั้งบริษัท Accounts.net ขายเกมส์ Avatar มีรายได้มากว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2010 ได้ก่อตั้ง Okey.com เป็นบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2013 ได้ก่อตั้ง  ii5 ซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องการดึงคนที่มีความรู้ความสามารถจาก Silicon Valley และทั่วโลกมายังบริษัทในเอเซีย โดย ii5 จะให้ทุนในการดำเนินการทั้งบริษัทเก่าและใหม่ในฮ่องกง Brendan Blumer เริ่มเข้ามากเกี่ยวข้องกับบล๊อคเชนตั้นแต่ปี 2014 จนกระทั่งเค้าได้มาจับมือกับ Dan Larimer ในปี 2016 ตั้งเป็น Block.One ซึ่งปัจจุบัน Brendan Blumer มีฐานะเป็น CEO ของ Block.One

Dan Laimer ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Technology Officer (CTO) ของ Block.One เค้าเป็นคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ทางด้าน Blockchain ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ อย่าง Steem และ Bitshares ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า Dan Laimer นั้นมีความสามารถด้านเทคโนโลยีขนาดไหน ถ้าดูข้อมูลจาก Block Activities2018-06-09 15_25_39-Block'tivity

จะเห็นได้ว่า Ethereum มี Transaction ต่อวันประมาณ 6 แสนกว่า Transaction ซึ่งแค่นี้ Ethereum ก็ไม่เหลือที่ให้มี Transaction ใหม่ๆ ต่อแล้วครับ 100% Capacity มีค้างอยู่ในคิวสองหมื่นกว่า ๆ เกือบสามหมื่น (ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2018)2018-06-09 15_25_54-Block'tivity

แต่ถ้าเราลองดู Steem เราจะเห็นได้ว่า  Transaction ของ Steem ประมาณ 1.7 ล้าน มากกว่า Ethereum ประมาณ 3 เท่า แต่ Capacity ใช้ไปไม่ถึง 1% ราว ๆ  0.14% ดูแล้วก็ทึ่งกับเค้ามาก จะว่าไปมันก็อาจเปรียบเทียบไม่ได้แบบ Apple กับ Apple แต่พอให้เพื่อน ๆ เห็นภาพว่าการออกแบบนั้นเป็นสึ่งหนึ่งที่จำเป็นในการรีดศักยภาพของระบบออกมากได้

Dan Laimer เป็นคนที่มองเห็นเรื่องเทคโนโลยีและผลที่จะก่อให้เกิดกับระบบเป็นอย่างดี Dan คลุกคลีกับวงการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น เค้าเริ่มเข้าไป Join ใน Bitcointalk ตั้งแต่กลางปี 2010 โดยใช้ชื่อว่า Bytemaster ซึ่งเค้าใช้ชื่อนี้ในหลาย ๆ ระบบที่เค้าใช้งานเช่น GitHub, telegram ในตอนนั้นเค้าเคยทำนายว่า Bitcoin จะเป็นอนาคตของโลก2018-06-10 00_34_31-Scalability and transaction rate

Dan ได้พูดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับ Bitcoin เรื่องของ Micro-payments ว่าค่าใช้จ่ายมันจะแพงขึ้นซึ่ง Bitcoin เจอปัญหานี้แล้ว ซึ่งปัจจุบัน Lightning Network เข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ แต่ลองนึกภาพดูว่าเค้าประเมินเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2010 และยังพูดถึงเรื่องการใช้งานจริงว่ามันจะช้าไปถ้า Block Confirmation ทุก 10  นาที สามารถดูได้จากลิงค์นี้นะครับ https://bitcointalk.org/index.php?topic=532.0

Dan เป็นคนหนึ่งที่มองเห็นว่าจะมีปัญหาหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับ Ethereum  นั่นคือปัญหาการ Scaling ถ้าเอาทุกอย่างใส่ลงไปใน Block พูดง่าย ๆ คือ ต้องมองการทำงานเป็นอีก Layer  นึงในปัจจุบันที่ Ethereum วางแผนปรับปรุงอยู่ในขณะนี้ แต่ Dan พูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2014 ขณะนั้นยังคงดำรงตำแหน่งเป็น  CTO Bitshres ต้นฉบับของ VDO การถามตอบดูได้จาก Link นี้ครับ 

สรุปโดยรวมผมว่า Dan ไม่ได้เข้าใจเรื่องเทคนโนโลยยีอย่างเดียวแต่เข้าใจเรื่องหลักเศรษฐศาสตร์ เข้าในเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ พูดง่าย ๆ คือหลักที่ Dan คิดในตอนนั้นเอามาออกแบบ EOS ในตอนนี้

Block Producer ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต Block ตามชื่อและนิยามของมัน แต่นอกเหนือจากหน้าที่เหล่านั้นยังมีหน้าที่อื่น ๆ อีกเพื่อทำให้ระบบเสถียรและเพื่อบริหารระบบโดยรวม หนึ่งในนั้นคือการมีหน้าที่ให้ผู้ถือเหรียญฝากเงินและโหวต การที่ผู้ถือเหรียญเอาเงินไปฝากในภาษาเทคนิคเรียก Delegate Staking ส่วนตัวของผู้เขียนชอบหลักการที่ให้คนที่ทำงานให้กับระบบ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ปรโยชน์จากการมีส่วนร่วมกับระบบ เพราะจะทำให้เค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบและจะช่วยกันดูแลรักษาระบบ สามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ที่สำคัญ Block Producer ใน 1 รอบของการเลือก จะมีแค่ 21 Block Producer ที่ได้รับการคัดเลือก ส่วน Block Producer ที่เหลือก็มีส่วนร่วมกับระบบแต่จะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าเนื่องจากต้องไปหารกับ Block Producer ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมด เรียกว่า Standby Block Producer

ในการเลือก Block Producer นั้นเป็นอำนาจของผู้ที่ถือเหรียญ ดังนั้นนับเป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำให้ Block Producer ต้องประพฤติตัวดีไม่เช่นนั้นอาจไม่ได้รับการคัดเลือก ขึ้นมาอยู่ใน 21 Block Producer ทีได้รับเลือกให้ผลิต Block เหนือสิ่งอื่นใดวิธีการวางรูปแบบของ EOS นั้น Block.One พยายามให้เห็นว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับเน็ตเวิร์คของ EOS โดยสื่อออกมาให้เห็นจากการสร้าง Mainnet ผู้สร้าง Source Code EOS.IO อย่าง Block.One ไม่มีส่วนในการสร้างเน็ตเวิร์ค Mainnet ของ EOS เป็นเพียงผู้ผลิต Source Code และแก้ Bug ตามที่ผู้ใช้งานรายงาน คอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ ทำให้การขึ้นเน็ตเวิร์ค Mainnet ทุลักทุเลเป็นสัปดาห์ ก่อนที่จะกำหนดได้ว่าเราะจะได้เห็นในวันที่ 10 มิถุนายน 2018

แล้วคอยติดตามตอนถัดไปนะครับ

Bit

Bit Investment

 

Share this Post

2 Comments

  1. ซึ้งจริงๆ หามาให้อ่านขนาดนี้

    1. 5555 เดี๋ยวตอนสองคงน้ำตาไหล

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.