giiiiik/ December 14, 2018/ วิเคราะห์, Ethereum/ 0 comments

Ethereum Background

เหรียญ Ethereum มีประวัติอันยาวนานมากตัวนึง และเป็น Open Source ที่พัฒนาบน Blockchain มีลักษณะเป็น Distribute Computing Platform เรียกได้ว่า Ethereum จะไม่ใช่ platform ที่ควบคุมโดยคนใดคนหนึ่ง แต่จะควบคุม Platform ได้โดยกระจายผ่านเหล่า Miner ที่ส่งกำลังขุดมาที่ Pool และส่งต่อมาควบคุมระบบ (อนาคตมีแผนจะปรับเป็น จาก Proof of Work ไปเป็น  Proof of Stake) ซึ่ง Ethereum เปิดให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Smart Contracts ได้ และ Smart Contracts สามารถผูกโปรแกรมบน Ethereum ได้ หมายความง่ายๆ ว่า ผู้ใช้สามารถทำสัญญาที่เกิดข้อตกลงร่วมกันได้เองโดยการเขียนโปรแกรมผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า Solidity โดยดำเนินงานบน Ethereum Virtual Machine ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรที่ทำให้โปรแกรมหรือ Scripting ที่ทำงานอยู่บน Ethereum ทำงานได้ Ethereum เป็นอีก Platform ที่เรียกได้ว่าปลอดภัยสูง มีการทำงานตลอดเวลา ไม่มี downtime  ไม่มีการเซนเซอร์ (Censorship)ไม่มีการฉ้อโกง(fraud) หรือ การรบกวนจากบุคคลที่ 3 (third-party interference) เพราะกฏถูกควบคุมด้วย Coding(ไม่นับช่องโหว่ที่เกิดจากการเขียน Program)

VDO PR (Ethereum: the World Computer) : https://www.youtube.com/watch?v=j23HnORQXvs

Decentralized Platform Source: https://www.ethereum.org/

ประวัติของ Ethereum

Ethereum เปิดให้เริ่ม Presales ในเดือนสิงหาคม 2014 และเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ผู้ที่คิดค้นโปรเจคท์อีเธอเรียมเป็นหนุ่มอัจฉริยะชาวรัสเซียที่มีอายุ 21 ปีเท่านั้น .เป็นผู้ก่อตั้งร่วมใน. Bitcoin Magazine เขามีชื่อว่า Vitalik Buterin

จากซ้ายไปขวา Vitalik Buterin, Patrick Storchenegger และ Jeffrey Wilcke
Source: https://www.ethereum.org/foundation

ในกลุ่มของผู้ก่อตั้งนอกจากจะมี Vitalik Buterin แล้วยังมี Patrick Storchenegger ทนายความมากความสามารถที่เป็นที่รู้จักในเมือง Canton Zug หรือ “Crypto Valley (หุบเขาคลิปโต)” ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ JeffreyWilckeหรือ Jeff ที่ใช้โปรแกรม Go ในการดำเนินการ Ethereum ในช่วงเริ่มต้น และ Launch หรือเปิดระบบได้สำเร็จในวันที่ 30 กรกฎาคม 2015 ด้วย Premined 11.9 ล้านคอยน์

Gas บน Ethereum คืออะไร

Gas และ Ether คือส่วนสำคัญที่สามารถทำให้ Ethereum ดำเนินการไปได้ ในแต่ละการปฏิบัติการ Gas ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Ethereum เป็นตัวคำนวณค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กับเครือข่ายเพื่อดำเนินการ และเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยการ Spam Transaction หากว่าไม่มี Gas จะทำให้การ Spam Transaction ในระบบเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย

The DAO ใน Ethereum คืออะไร

DAO Event หรือ The DAO เป็นโปรเจคท์ Smart Contracts บน Platform Ethereum ซึ่ง DAO ระดมทุนได้ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ จากนั้นมีความผิดปกติเกิดขึ้นในระบบเนื่องจากในการเขียน Program มีช่องโหว่ทำให้เงินทุนถูกขโมย หลังจากเหตการณ์นั้น ทำให้ผู้ที่อยู่ใน Project แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ต้องการแก้ไขอดีต (เป็น Ethereum ปัจจุบันที่บริหารโดย Vitalik Buterin) และฝ่ายที่ไม่ต้องการแก้ไขอดีต (Ethereum Classic) ซึ่งฝ่ายที่ไม่ต้องการแก้ไขอดีตเพียงแค่ต้องการให้หาเงินมาชดเชยเงินทุนที่ถูกขโมยไปเท่านั้น ซึ่งเป็นที่มาทำให้เกิดการ Fork Chain ของ Ethereum และเกิดเป็นเหรียญสองเหรียญขึ้นในปัจจุบัน

Parity – กระเป๋าเงินของ Ethereum

Ethereum Community บอกว่า Parity เป็นกระเป๋าที่เบาที่สุดและเร็วที่สุด ใช้ภาษา Rust Parity พัฒนาโดย Ethercore ซึ่งในฟังก์ชั่นของ Parity ที่เรียกว่า Multisig function ซึ่งต้องอาศัยการประกบลายเซนต์ของสองฝ่าย มีอยู่เหตุการณ์นึงที่ Multisig function มีปัญหา (Bug) โดยผู้ที่ค้นพบช่องโหว่ทดลองส่งค่าที่ทำให้เกิดปัญหาเข้า แล้วปรากฏว่าเกิดปัญหาจริง Multisig ล็อคทำให้ไม่สามาถนำเงินออกมาจาก Parity ได้ ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการ Vote กันใน Community สรุปตกลงกันว่าจะไม่ Hardfolk ซึ่งประเด็นนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับ The DAO แต่อาจเกิดการสับสนว่าเป็นเรื่องเดียวกันได้

การทำงานของ Ethereum

Ethereum มีรากฐานอยู่บน Open Blockchain ปัจจุบัน Consensus Algorithm ยังเป็น Proof of Work อยู่ โดยโปรแกรมหรือ Smart Contract จะกระจาย Deploy อยู่ในแต่ละ Node เพื่อป้องกัน Downtime จากบุคคลที่ 3 ที่ไม่ประสงค์ดีและระบบยังคงให้บริการได้แม้ถูกโจมตี Node ใด Node หนึ่ง

Ethereum สามารถป้องกันให้การทำงานในโลกของอินเทอร์เน็ท ตั้งแต่ บนระบบ E-Commerce ไปจนถึง Internet of Things (IoT) ปลอดภัย, โปร่งใส, กระทั่งสามารถตรวจสอบได้ และ Ethereum IDE สามารถพัฒนา, Debug, Deploy แอพพลิเคชั่น ในขณะที่ User Interface (UIs) ก็สามารถใช้งานได้ง่าย แถม Flamework ก็เป็นไปตามที่ผู้ใช้งานชอบอีกด้วย ระบบทำจ่ายก็สามารถตรวจสอบ Identity ของแต่ละบุคคลและเชื่อมต่อ Credit Card กับ Decentralized Storage ส่งคำสั่งไปยัง Server แต่ละ Node ซึ่งเชื่อได้ว่าปลอดภัย และสะดวกเพราะว่าไม่ต้องทำการ ล็อกอินเข้าใช้งาน หรือโอนจ่ายให้ยุ่งยาก Ethereum พร้อมที่จะให้ผู้ใช้งานได้บริหารจัดการการเงิน และข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ

Source: https://www.youtube.com/watch?v=j23HnORQXvs

เกี่ยวกับ Ethereum ที่ควรรู้

จาก Infographic ในรูปเบื้องต้นสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. Ethereum คือ Platform Generation ใหม่ ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ทั้งผู้พัฒนาและผู้บริโภคได้ดึงเอาศักยภาพของ Decentralized Network มาใช้ได้เต็มที่ และตระหนักถึงประโยชน์ของ Blockchain อีกด้วย
  2. Decentralized Network คือเครือข่ายที่สามารถกระจายกำลังการคำนวณและ Function ออกมาจาก Server ศูนย์กลาง ในลักษณะ Peer-to-Peer คล้ายกับ BitTorrent ที่ไม่มีศูนย์กลาง (No Central Point of Failure)  หากว่ามีเครื่องไหนที่พังก็ไม่เป็นไร ต้องการใช้เมื่อไรก็สามารถใช้ได้ทันที (Highly Reliable) ระบบค่อนข้างเสถียรและยังใช้ต้นทุนต่ำอีกด้วย (Cost-effective)

ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ถึงประเด็นของ Proof of Work (PoW) ที่ใช้ต้นทุนค่าไฟที่สูงเพื่อให้ระบบเสถียร ตามแผนแล้ว Ethereum จะมีการปรับเปลี่ยนไปเป็น  Proof of Stake(PoS)

  1. Blockchain ทำให้เกิดการกระจายข้อมูลไปอยู่ใน Network โดย Consensus Protocol ซึ่งเสียงข้างมากของ Node จะตัดสินความถูกต้องของ Chain ในระบบ เรียกว่า Majority Vote
  2. Ethereum ดึงเอาศักยภาพ ของ Decentralized โดยเอาข้อดีมาใช้ประโยชน์เรียกว่า Decentralized Application (DApp) ซึ่ง Ethereum ต่อยอดมาจาก Bitcoin Protocol และไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของการเขียนโปรแกรมบน Ethereum สรุปแล้ว Bitcoin สร้างมาสำหรับใช้จ่ายแต่ Ethereum ทำได้ทุกอย่าง รวดเร็ว ยืดหยุ่น และเขียนโปรแกรมได้
  3. Ethereum จะมี Ether ติดมาในระบบเนื่องมาจาก Ether เป็น Native Token ที่ติดมากับระบบซึ่งสนับสนุน 2 ส่วน 1) ใช้สำหรับจ่ายเพื่อป้องกัน หรือควบคุมโปรแกรมที่ไม่ประสงค์ดี และ 2)ให้รางวัลกับ Stakeholder หรือ Miner ทั้งนี้ Ether ก็เปรียบเสมือนน้ำมันที่ให้ Engine ของ Ethereum ยังไหลได้
  4. Mist คือคำนิยามของ Ethereum ที่เป็น Front-end หรือ User Interface ให้คนที่ไม่รู้เรื่องเทคนิคเข้าใจง่าย Mist ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพตามความเข้าใจของผู้เขียนมันเหมือนกับ App Store ที่ให้คนทั่วๆ สามารถเข้าถึง dApp บน Ethereum ได้ง่ายแต่โดยความตั้งใจของผู้พัฒนาอยากให้มันทำได้มากกว่านั้นโดยจะเพิ่มเรื่องของ Social เหมือน Facebook เข้าไปด้วย
  5. Traditional Service – Ethereum เป็น Platform ดังนั้นความสามารถของ dApp จะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้พัฒนา dApp ว่าจะนำมาทำอะไรเพื่อเป็นประโยชน์ หรือแม้แต่จะเอามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ในร้านซักผ้า ให้เรียกคนมาซ่อมเมื่อเครื่องซักผ้ามีปัญหา, สั่งผงซักฟอกเวลาที่ผงซักฟอกหมด, โปรแกรมให้เครื่องปั่นผ้าปั่นผ้าตอนค่าไฟถูก ซึ่งจะคาดเดาหรือว่าจินตนาการไม่ได้เลยว่าจะให้ Ethereum ทำอะไรบ้าง dApp จึงขึ้นอยู่กับจินตนาการของคนเขียนโปรแกรมล้วนๆ
  6. โปรเจคท์ที่สร้างบน Ethereum คืออะไร – โปรเจคท์บน Ethereum มีหลายโปรเจคท์ที่คนเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว เช่น Weifund, Airlock, Provenance, Augur เป็นต้น เรียกง่ายๆ ว่า อะไรที่เขียนโปรแกรมได้ก็สามารถ run บน Ethereum Platform ได้
  7. ปี 2014 Ethereum ตั้งองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรโดยทำ Crowdsales ขาย Ether ซึ่งสามารถรวบรวมเงินได้ถึง 30,000 กว่า BTC ประมาณ 18 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว เพียงแค่ 42 วันเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากในขณะนั้น ตอนที่หาเงินลงทุนขณะนั้นจัดว่าเป็น Crowdfund ที่ใหญ่และประสบความสำเร็จมากๆ

Governance & Funding ของ Ethereum

มีข้อมูลที่ไม่เยอะมาก แต่กลับน่าสนใจมาก โดยผิวเผินแล้วองค์กร Ethereum ไม่ได้อยู่ในรูปแบบบริษัทด้วยซ้ำ เป็นเพียงองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร Ethereum Foundation มุ่งเน้นการวิจัยและผลักดันให้ Community  มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน Ethereum ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มี Executive Director ชื่อ Ming Chan เป็น ที่ปรึกษาโปรเจคท์นี้และ คุณ Ming Chan ผู้ดูแลด้าน IT Enterprise ผู้ซึ่งจบมาจากมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology (MIT) เป็นมหาวิทยลัยชื่อดังที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยเฉพาะ มี Foundation Council คือ Vitalik Buterin และ กลุ่ม Technical Steering อย่าง Jeffrey Wilcke ที่เป็นถึง Go Team Lead ซึ่ง Go Programming ก็เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว

ในส่วนของการกำกับดูแลเนื่องจาก Ethereum เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ไม่สามารถทำเหมือนรูปแบบบริษัทในตลาด เช่น ไม่มีแสดงงบบัญชีการเงิน จึงไม่สามารถตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสได้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการ Allocate Budget ก็ไม่ทราบว่าจะมีการแบ่งหรือว่ากระจายเงินไปยังส่วนใดบ้างจาก Crowdfunding จะสามารถตรวจสอบได้โดยวิธีใดบ้าง

เรื่องเงินทุนสนันสนุน Ethetreum ใช้ลักษณะของ Crowd Funding ในระยะสั้นไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากได้เงินระดมทุนไปค่อนข้างเยอะ  แต่ในระยะยาวมาก ๆ สามสิบสี่สิบปีจากนี้จะยังมีคนพัฒนาให้ Ethereum มากขนาดไหนอันนี้น่าคิด เนื่องจาก Ethereum ไม่ได้วางระบบให้มีการทุนออกมาจากระบบเหมือน Dash ซึ่งหาก Ethereum ได้รับความนิยมมาก ๆ สิ่งนั้นก็อาจไม่ใช่ปัญหาหลัก ดูอย่าง Bitcoin เองก็ไม่ได้มีทุนมาสนับสนุนยังสามารถดำรงอยู่ได้ (Bitcoin มีผู้สนับสนุนเงินทุนรายใหญ่ให้กับนักพัฒนา)

ปัจจุบัน Community ของ Ethereum ใหญ่มาก ๆ มีผู้พัฒนาใน Github หลายร้อยคนที่เข้าร่วมเป็น Contributor มี Project ภายใต้โครงการเยอะมาก ดูได้จาก https://github.com/ethereum

จากการศึกษาพบข้อมูล ของ Initial Public Sales เป็นข้อมูลลึกๆ ของ Initial Crowdsales (https://keepingstock.net/overview-ethereum-s-initial-public-sale-563c05e95501) แต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่า Founder ได้กี่เปอร์เซนต์ Executive Director ได้กี่เปอร์เซนต์  ผู้เขียนพยายามค้นคว้าหาข้อมูลว่า จำนวนเหรียญของ Etherereum มีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งหาไม่ได้ แต่เจอข้อมูลใน Stack Exchange ซึ่งตรวจสอบไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ Developer Fund ได้ 12 ล้านคอยน์ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องตำหนิทีม Ethereum ที่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ออกมาสู่สาธารณะ

image11.png

Source: https://ethereum.stackexchange.com/questions/443/what-is-the-total-supply-of-ether

Enterprise Ethereum Alliance

ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือการจับกลุ่มของพันธมิตรในระดับ Enterprise เพื่อร่วมมือกันพัฒนาให้เกิดการใช้งานในระดับ Enterprise ชื่อว่า แต่จะเห็นได้ว่าด้วยความค่อยเป็นค่อยไปทำให้ผลกำไรไม่มาก จึงเกิดกลุ่มความร่วมมือของ Enterprise ที่ได้รับประโยชน์จาก Ethereum จัดตั้ง Ethereum Allianze Enterprise Ethereum Alliance ขึ้นมา ซึ่ง บริษัท Enterprise เหล่านี้ก็ต้องการสร้างให้ตัวเองได้รับผลกำไรก่อนซึ่งบริษัทใน Allianze ก็มีจำนวนมาก แล้วมี นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เป็นที่รู้จักใน Fortune 500 เข้ามาร่วมอีกด้วย นับว่าการ Governance ของเขาเป็น

ถือได้ว่าเป็นการสร้าง Community Engagement ที่ทำให้เหรียญโตอย่างยั่งยืน (https://entethalliance.org/members-2/) แต่สิ่งที่อยากเห็นคือการมี Committee หรือคณะกรรมการมาจัดการทิศทางของเหรียญเพราะว่าตอนนี้เป็น Vitalik Buterin มีอิทธิพลในการตัดสินใจค่อนข้างมากจัดการคนเดียว ไม่ใช่ Team เป็นคนจัดการ ซึ่งการบริหารจัดการแต่เพียงผู้เดียวก็มีข้อเสียเรื่องความสามารถของเขาก็จะโดดเด่นอยู่แต่เพียงด้านเดียว แต่ถ้าหากว่ามีทีมก็จะมีผู้เชี่ยวชาญหรือชำนาญในด้านต่างๆกันไป มาช่วยกันบริหารจัดการ

Ethereum Improvement Proposal

อย่างที่เคยบอกว่า Ethereum นั้นรวบรวมข้อดี ของเหรียญต่างๆ นอกจากนี้Ethereum ก็ยังมี EIPs (Ethereum Improvement Proposal) ซึ่งได้ดำเนินตาม BIP (Bitcoin Improvement Proposal) เป็นการร่วม Vote จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาว่าจะไปในทิศทางใด ข้อดีคือเรามั่นใจได้ว่า Ethereum จะพัฒนาไปเรื่อยๆ เมื่อมีคนเห็นว่าควรมีการพัฒนาในแง่มุมต่าง ๆในกลุ่ม Programmer หรือเป็น Community Engagement (https://github.com/ethereum)

Coin Specification

ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Ethereum มาประกาศในปี 2014 ซึ่ง Ethereum เป็นเรื่องใหม่ในขณะนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้แก่ Vitalik Butherin, Gavin Wood, Jeffrey Wilcke ร่วมด้วยสมาชิกที่เป็น Primary non-development คือ Anthony Di Iorio, Mihai Alisie, Joseph Lubin, Stephan Tual

Proof Type: PoW (มีแผนจะเปลี่ยนไปเป็น PoS)

Algorithm : Ethash

Max Supply: Infinite (ไม่จำกัด)

Block time 14.12 Sec.,

Block Reward 2 (ก่อนหน้านี้เป็น 3 จาก Constantinople fork รายละเอียดอยู่ใน  EIP-1234)

Source: https://en.bitcoin.it/wiki/Comparison_of_cryptocurrencies

Source: https://whattomine.com/coins/151-eth-ethash

https://medium.com/@eric.conner/a-case-for-ethereum-block-reward-reduction-in-constantinople-eip-1234-25732431fc77

Ethereum ใน Coin Market Cap(มูลค่าตลาด)

pasted image 0.png

Source วันที่ 13 พฤศจิกายน 2018: https://coinmarketcap.com/

ปัจจุบัน Ethereum ยังอยู่ลำดับที่ 2 มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้าน ซึ่งลดลงมาจากเดิมมากเนื่องจากตลาด ICO อยู่ในช่วงขาลง จึงมีผลต่อ Market Capitalization ด้วย

Ethereum Current Supply

pasted image 1.png

Source: วันที่ 13 พฤศจิกายน 2018 : https://etherscan.io/stat/supply

จากภาพจะเห็นว่า Genesis Crowdsale คือ 60 ล้านขายสำหรับผู้ลงทุน และ 12 ล้านกันไว้ให้นักพัฒนา รวมแล้วเป็น 72,009,990.50 Ether และจะเห็นได้ว่า Block Rewards ที่มาจากการ Mine ก็เพิ่มขึ้นด้วยนั่นหมายความว่า มีคนได้รางวัลจากการ Mine เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมเป็นจำนวน 4,000,000 Ether แต่สิ่งที่ยังไม่ทราบได้คือ Ethereum จะมีกี่เหรียญทั้งหมดในระบบ ซึ่งจากการค้นหาข้อมูลแล้วไม่สามารถประเมินค่าที่แน่นอนได้ (มีไม่จำกัดนั่นเอง)
ใน StackExchange มีคนมาให้ข้อมูลว่าน่าจะมี 18 ล้าน เหรียญที่ถูกขุดได้ต่อเดือน และไม่ทราบว่าจะสามารถขุดเหรียญได้ถึงเมื่อไร ซึ่ง Ether มีไม่จำกัดจริงๆ แต่ก็มีการควบคุมเพื่อไม่ให้เหรียญเฟ้อ(Inflation) โดยจะทำเพิ่มไม่เกิน 5% หลังจากทำ Proof of stake แล้ว แต่ Ether ปั๊มพ์เหรียญเพิ่มไม่ได้ เพราะถูกโปรแกรมหรือควบคุมจำนวนไว้แล้ว

image11

Source: https://ethereum.stackexchange.com/questions/443/what-is-the-total-supply-of-ether

แต่การที่ปรับจาก Proof of Work (POW) เป็น Proof of Stake (POS) น่าจะทำให้เหรียญสามารถรักษามูลค่าได้ แต่มองอีกแง่ว่า จุดประสงค์ของ Ethereum ต่างกับ Bitcoin โดยสิ้นเชิง เพราะว่า Bitcoin ใช้ในการแลกเปลี่ยนใช้จ่ายซื้อของ ในขณะที่ Ethereum ไว้สำหรับให้คนนำธุรกิจมา Run Applicationในระบบและต้องเขียนโปรแกรมเพื่อสื่อสารกับ Blockchain จึงควรมีสภาพคล่องเพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาต่อผู้ Run ระบบ

 

Technology & Security ของ Ethereum

ERC20

เทคโนโลยีแรกที่น่าสนใจคือ ERC20 หรือ Ethereum Token Standard เหรียญหรือ Token บน Ethereum ต้องทำงานบน standard หรือมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะทำ ICO หรือ Crowd Funding หรือ Smart Contract ต้องทำอยู่บน Standard นี้  

Road Map ของ Ethereum

  • ก่อนเวอร์ชั่น 1 หรือว่า เวอร์ชั่น 0 ของ Ethereum เรียก Codename ว่า Olympic ซึ่งเป็น Prototype และมีการให้คนทดลองใช้ทำ Bug Bounty และทำ Stress Test ดูว่าระบบจะร่วงไหม และให้เงินราว 25,000 เหรียญ สำหรับคนที่เจอ Bug ด้วย
  • Version 1 เริ่มเดือนพฤษภาคม. 2015 ใช้ Code Name ว่า Frontier ซึ่งมีแผนทำ Intensive structure ในการจ่ายและทำธุรกรรมในระบบให้ Miner และหลังจากนั้นก็เป็น เวอร์ชั่น 2
  • Version 2 Homestead เริ่มในเดือนมีนาคม และปัจจุบัน เวอร์ชั่นนี้เริ่มมั่นคงแล้ว และเริ่มปรับปรุงราคา Gas และระบบความปลอดภัยแล้ว
  • Version 3 Code name ชื่อ Metropolis(vByzantium) คือเวอร์ชั่นปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ เริ่ม Deploy เมื่อ 16 ตุลาคม 2017  ซึ่ง Metropolis ลดความซับซ้อนของ EVM และเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนา Smart Contract และมี technology zkSnarks (เทคโนโลยีที่เป็นข้อดีของ Zcashที่มีลักษณะพิเศษด้านเทคโนโลยีที่หาคนเทียบได้ยาก)
  • Version 3.5 Codename Metropolis (vConstantinople) ซึ่งยังไม่ได้เปิดใช้เวอร์ชั่นนี้  ปัจจุบันมีประกาศเลื่อนไปปีหน้าแล้ว

Version 4 Codename Serenity น่าจะสามารถเปิดให้ใช้ได้ในอีก3-5ปี โดยโค้ด Casper จะถูกบรรจุเข้าไปในเวอร์ชั้นนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Sharding, Raiden, Plasma เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แก้ปัญหา Scaling ของ Ethereum ทั้งหมดซึ่งตอนนี้ Sharding จะนำมาใช้ validator ซึ่งปัจจุบันเวลามี transactionเข้ามาเยอะๆ จะ validator ไม่ทัน และการ Scaling ของ Ethereum มีปัญหา Sharding แก้ปัญหาได้เนื่องจากว่า Sharding จะแบ่งล็อค Transaction เป็น Shard และให้ Validator Smart Contract เป็นผู้จัดการ วิธีการ Sharding ให้นึกถึงช่องจ่ายเงินในห้างสรรพสินค้าที่แบ่งหลายช่องจะได้คิดเงินได้ทัน แต่ว่าข้อเสียคือหากว่า Scaling ได้ดี Security จะลดลง สำหรับ Raiden คือการไปทำธุรกรรมข้างนอกแล้ว Commit มาที่ Mainchainและให้ Validator ภายหลัง สุดท้าย Plasma เป็นอีกวิธีในการ Scaling ที่หลายคนไม่เข้าใจว่าจะมีไปทำไมเนื่องจากมี Raiden อยู่แล้ว Plasma เป็นส่วนหนึ่งของ Smart Contract ที่สร้างแผนภูมิต้นไม้ของ Smart Contract ที่เป็น SideChain เรียกว่า Child ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ Raiden มาก สิ่งที่น่าจะแตกต่างกันคือ Raiden ใช้สำหรับการยืนยันธุรกรรมให้เร็วยิ่งขึ้น Plasma ทำ Child นอก Chain แต่ต่างกับ Raiden ที่ว่า Plasma เกิดขึ้นเพื่อบริหารจัดการ Smart Contract เป็นหลักที่ขัดแย้งกันกับ Raiden

unnamedunnamed (1)unnamed (2)

source: https://medium.com/imbrexblog/sharding-raiden-plasma-the-scaling-solutions-that-will-unchain-ethereum-c590e994523b

Share this Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.