giiiiik/ February 18, 2019/ Uncategorized/ 0 comments

แนะนำคุณโต๊ด Co-Founder / CTO ของ Kulap

Kulap

Nattapon Nimakul (Tot) คุณโต๊ด Co-Founder / CTO ของ Kulap
Source: https://www.kulap.io/

Nattapon Nimakul (Tot) คุณโต๊ด ปัจจุบันเป็น  Co-Founder / CTO ของ Kulap คลุกคลีอยู่ในวงการซอฟท์แวร์มา 10 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการทำซอฟท์แวร์ร้านอาหารที่อยู่บน คลาวด์ตัวแรกของประเทศไทย เริ่มทำมา 7 ปี และไปเริ่มสนใจ Blockchain เพราะว่าต้องการทำโปรเจคท์ที่จะ Swap เงินข้ามจากอีกที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง และเกิด Pain Point เพราะจะต้องมีการส่งเงินที่เป็นรายได้ให้กับฟู้ดคอร์ทเป้าหมาย ทั้งที่เติมเงินที่อื่น ขณะนั้นหลังจากศึกษาก็พบว่า Blockchain ตอบโจทย์กับธุรกิจนี้ได้ Blockchain สามารถนำเงินที่อยู่ในบัตรซึ่งเติมจาก Food Court สนามบินภูเก็ต ไป Swap ใช้ที่เชียงใหม่และดอนเมืองได้ หลังจากนั้นจึงได้นำประสบการณ์ที่ค้นพบมาใช้ใน Kulap

สำหรับชื่อ Kulap หรือคูแล็ป มาจากชื่อพายุที่เรียกว่า กุหลาบ แต่ว่าอ่านเป็น คูแล็ป เพื่อให้มีความเป็น Inter ·และ Exchange ของ Kulap ทำใน Blockchain ·และ Swap ใน Smart Contract ซึ่ง Kulap ตั้งใจจะเป็นDecentralized Exchange หรือ Exchange ที่ไม่มีส่วนกลาง แต่ทำบน Smart Contract ใน Blockchain โดยขั้นตอนการแลกเปลี่ยนไม่ต้องผ่าน Kulap ซึ่งเป็นคนกลาง ทำให้เงินจะอยู่กับผู้ใช้ตลอดและออกคำสั่ง Exchange ซึ่งต่างจาก Centralized Exchange ซึ่งเงินจะต้องถูกโอนมาให้เจ้าของเวปหรือคนกลาง

บทความนี้เป็นบทความที่ผู้เขียนเรียบเรียงมาจากบทสัมภาษณ์ในช่องทาง Bit Investment ซึ่งสัมภาษณ์ คุณโต๊ด Kulap ตามลิงค์นี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=M3lqVbZNfV4&feature=youtu.be

Ethereum Hard fork รอบนี้สามารถได้เหรียญเพิ่มหรือไม่

ต้องเข้าใจก่อนว่า Ethereum เดิมถูกแบ่งเป็น 2 สาย คือ Classic และสายปัจจุบัน เนื่องมาจาก The Dao Project ที่พังก่อนหน้านี้ คราวนี้พูดถึงการ Hard fork ก็มีสิทธิจะเกิดเป็นเหรียญใหม่ได้เนื่องจากเสียงแบ่งเป็น 2 สายคือเหรียญเดิมกับเหรียญใหม่ แต่การจะเกิดเหรียญใหม่ได้ก็จะต้องมีเงื่อนไขบางประการ เช่น Bitcoin Cash ที่เกิดไปคือ มีผู้นำจึงทำให้เกิดเหรียญใหม่ แต่รอบนี้คือ Hard fork เพื่อเพิ่มศักยภาพจากของเดิมและไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง ไม่มีผู้นำใหม่เกิดขึ้นเนื่องจากไม่มีใครเสียผลประโยชน์มีแต่คนเห็นด้วย จึงยากมาก ที่ Ethereum Hard fork·รอบนี้จะแตกเป็นเหรียญใหม่ Hard fork รอบนี้คือ Source Code version: Get 1.8.20 ซึ่งปล่อยออกมา ปลายปีก่อน หากว่า Node ใดอัพเกรดเวอร์ชั่นแล้วผู้ใช้มีการ update แล้วก็นับว่าเป็นการยอมรับการ Hard fork ไปโดยปริยาย

ความพร้อมของ Ethereum Hard Fork รอบนี้

ความจริงการ Hard fork ของ  Ethereum จะต้องเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วแต่ Get 1.8.20 ถูกปล่อยออกมาวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ซึ่งกว่าจะ Hard fork แต่ละครั้งผู้ใช้ต้องอัพเกรดซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นล่วงหน้า และทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน Software ซึ่งถูกปล่อยบน Mainnet หลังวันที่ 9 ตุลาคม ทำให้ Hard fork ไม่ทันเพราะต้อง update software ล่วงหน้า จึงต้องเลื่อนวันออกมาเป็น 16 มกราคมเพื่อให้ทัน

Constantinople Ethereum Roadmap

Milestones of the ethereum development roadmap

Source: https://ethereum-homestead.readthedocs.io/en/latest/introduction/the-homestead-release.html

Constantinople เป็นชื่อ Code Name หากว่าจะท้าวความก็คือในช่วงเริ่มแรกที่มี Ethereum Vitalik ได้กำหนด Roadmap และได้แบ่งชื่อเป็น เวอร์ชั่นต่างๆ ตามที่ผู้เขียนได้เคยอธิบายไว้ใน Ethereum Analysis ได้แก่  Olympic, Frontier, Metropolis, Serenity ปัจจุบันอยู่ใน Metropolis Version ซึ่งควรจะอัพเดทรวดเดียวเสร็จ แต่ Version นี้เป็น Phase ที่ใหญ่มาก จึงไม่สามารถอัพให้เสร็จได้ จึงมี 2 Phase ย่อย ใน Version 3 ได้แก่ Code name ชื่อ Metropolis(vByzantium) และ Version 3.5 Codename Metropolis (vConstantinople) ซึ่ง Metropolis(vByzantium) ได้อัพเดทแล้ว ตอนนี้กำลังอัพเดท Metropolis (vConstantinople) ในเดือนมกราคม 2019 และได้ตัดการ update Casper ออก ซึ่งส่งผล
กระทบมากเลยทีเดียว เนื่องจาก Casper เป็นตัวหลักเลย ทำให้ Vitalik ต้องสร้าง Roadmap Ethereum 2.0 ตัวใหม่ขึ้นมาอีก เพราะว่า update Casper ไม่ทัน ซึ่ง Roadmap นี้จะพ่วงเข้ากับ Metropolis ·นี่เอง

5 Ethereum Improvement Proposal (EIP)

Eips Accepted

Source: https://eips.ethereum.org/all

การอัพเดทครั้งนี้จะมี 5 Ethereum Improvement Proporsal (EIP) ซึ่งจะได้ทราบว่า Ethereum พัฒนาอะไรใหม่ๆ บ้าง โดย Proporsal ·แบ่งเป็น 2 จุดประสงค์ คือ

  1. Gas Optimization Improvement – การลดค่าธรรมเนียมหรือค่า Gas ซึ่งช่วยทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. New Features Improvement เพิ่ม – Feature เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ Gas ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ Action ที่เพิ่มขึ้นได้ในราคา Gas เท่าเดิม เปรียบเสมือนรถมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใช้ Gas ก็จะทำให้ระยะทางในการวิ่งเพิ่มขึ้นนั่นเอง

Gas Optimization Improvement

Update EIP145 – Bitwise Shifting : สิ่งที่ควรมีใน Ethereum ตั้งแต่แรก แต่กลับไม่มี ทั้งที่ใน CPU ทั่วโลกต้องมี นั่นก็คือ Shift Left & Shift Right และเมื่อ Ethereum ไม่มี ทุกคนก็ต้องการให้มี โดยไปสรรหาวิถีทางต่างๆ เพื่อกด Shift Left & Shift Right เมื่อใช้วิธีเหล่านั้นก็จะทำให้เสีย Gas โดยไม่จำเป็นทุกครั้ง และเผอิญคำสั่งที่ต้องใช้ Shift Left & Shift Right มีเยอะมาก คำสั่งใดก็ตาม คูณ 2 ต้องกด Shift Left คำสั่งใดก็ตาม หาร 2 ต้องกด Shift Right เพราะฉะนั้นเมื่อ Ethereum Update EIP145 ขึ้นมาจึงช่วยลด Gas ได้จาก 3.5 Gas เหลือ 3 Gas เท่ากับลดได้ 10 เท่าเลยทีเดียว

eip145

Source: https://eips.ethereum.org/EIPS/eip-145

EIP1052 –  External Code Hash ก่อนอื่นอธิบาย Smart Contract ก่อน ซึ่งอยู่ใน Blockchain มีความสามารถในการคุยข้ามกัน แต่ว่าเวลาที่เราคุยกับ Code ชุดใดเราก็ต้องการคุยกับ Code ที่ถูกต้อง โดยปกติจะตรวจสอบได้โดย EXT Code Copy นั่นก็คือการ Copy Code แล้วเช็คทีละบรรทัด  ซึ่งถ้าพัฒนา EIP1052 จะสามารถลดเวลาในการเช็คค่า Hash โดยใช้เทียบกับ Hash Signature ก็พอ ซึ่งในแง่ของ Security ดีมากๆ เพราะว่าสามารถป้องกันการแก้ไข Code ·ระหว่างทาง และสามารถเชื่อถือ Code ·ที่เราคุยปลายทางได้ด้วย สมมติว่าเทียบกับโทรศัพท์ ถ้าต้องการโทรศัพท์หาหนึ่งคนก็สามารถมั่นใจได้ว่าไม่ได้โทรไปติดที่อื่น และก็ยากในการปลอมแปลงของมิจฉาชีพด้วย นอกจากนี้ยังสามารถประมาณการได้ว่าใช้ค่า Gas ตรวจสอบได้เท่าไร

eip1052

Source: https://eips.ethereum.org/EIPS/eip-1052

EIP1283 – New Data Storage Pricing Method สมมติว่าตัวเราเป็นจุดจุดหนึ่ง และ Smart Contract คือชั้น เวลาเรา Deploy คือจองชั้น Smart Contract นั้นไปโดยเราเสียค่าเช่าชั้นนั้น และเมื่อชั้นนั้นมีแฟ้มเรา เราก็ต้องเปิดลิ้นชัก และถ้าเราเปิดแฟ้มแล้ว เราก็ต้องเสียเงิน 100 บาทเราก็ต้องจ่ายทุกครั้งที่เปิดแฟ้ม ถ้าต้องแก้หรือเพิ่มแฟ้ม เราก็ต้องเสียเท่ากันอยู่ดี ทั้งที่แก้ข้อมูลในไฟล์เดิม Storage ·นั้น Cost ·ก็ไม่ได้เพิ่ม เนื่องจากกิน Storage ·เท่าเดิม ทั้งที่บางทีแค่เปิดแฟ้มมาเปลี่ยนตัวเลขตัวเดียว เช่นแก้ตัวเลข 5 เป็น 6 แต่ว่า EIP1283 จะทำให้เราลดต้นทุนค่าดำเนินการ·จากการแก้ไข Code และคนเขียน Code ก็ต้องตั้งใจเขียนมากขึ้นและสนุกกับการที่จะเพิ่ม Feature  เป็นแรงจูงใจให้คนเขียน Code ลด Gas และเพิ่ม Feature ใหม่ เช่น การอ่านธุรกรรมที่เราต้อง Read Write บ่อยๆ โดยไม่ต้องสร้างไฟล์ใหม่ ซึ่งคุณสมบัตินี้จะแก้ปัญหาอย่างเห็นได้ชัดมากในระบบบัญชี หรืออะไรที่อัพเกรดตัวเลขบ่อยๆ ก็ไม่ต้องเสียเงินมากมายอีกต่อไป เช่น ธนาคาร A มีคนต้องการโอนทำธุรกรรมจากธนาคาร A ·ไปธนาคาร B ·เดิมธนาคารต้องเปิด Gas 1000 ครั้ง ทั้งที่ต้องการแก้ไขธุรกรรมเดียว แต่ถ้ามีการอัพเดทเรื่องนี้ ก็จะเปิด Gas แค่เพียงครั้งเดียว

eip1283

Source: https://eips.ethereum.org/EIPS/eip-1283

EIP New Features Improvement

EIP1014 – Promising Contract เป็น EIP ที่ซับซ้อนเข้าใจยากเป็นหนึ่งเดียวที่เสนอโดย Vitalik เมื่อเดือนเมษายน 2018 EIP นี้เป็นการทำสัญญาล่วงหน้า จะมีสัญญาเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปัจจุบันยังไม่มีสัญญานี้เกิดขึ้น เช่น เมื่อวันแรกที่ IPhone ·เกิดขึ้นบนโลก ก็ไม่ได้เกิดจากความต้องการของผู้ใช้ว่าจะอยากได้ Smart Phone จอสัมผัส ผู้ใช้แค่อยากได้ Symbian จอใหญ่ แต่ IPhone สร้างความต้องการ (Demand) ให้ผู้ใช้ต่างหาก EIP1014 ก็เช่นกันตอนนี้ก็ไม่รู้หรอกว่าผู้ใช้ต้องการ EIP1014 หรือไม่แต่ว่า Vitalik ·ก็สร้างสิ่งใหม่ขึ้นบนโลกพร้อมกับสร้าง Demand ให้คนไปพร้อมกัน คาดว่า EIP1014 ทำให้เกิด Off-chain ได้ อย่างเช่น สามารถเกิด Transaction คล้ายกันกับ Lightning Network  ที่เกิด Transaction นอก Blockchain การจะเกิด Transaction นอก Blockchain ต้องสร้าง Contract on-chain ก่อน เพื่อเป็นทางเข้าหรือทางออก คล้าย Lightning Network เมื่อเปิด Channel Ligthning Network ต้องทำ Transaction บน Main-chain ซึ่ง EIP1014 นี้ ทำให้สร้าง Transaction บน off-chain ·โดยไม่ต้องสร้าง Contract on-chain มารองรับแต่ทำสัญญาว่าอนาคตจะมี Transaction มารองรับแน่ๆ ตอนนี้ที่เห็นประโยชน์จาก EIP1014 คือทำให้เงินมาวิ่งบน Chain ได้ลื่นไหล และคนก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบน Main-chain เราจ่ายค่ากาแฟได้โดยขอต๊ะไว้ก่อน และไป settle ยอดทีหลังได้ ไม่ต้องเปิดสัญญา เสีย Transaction บน Main-chain เป็นการเลื่อนการเสียค่า Gas ออกไปได้ และเลื่อนการ Confirm แต่คนรับเงินก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะมีจริงจึงเรียกว่า Promising Contract อนาคตผู้ใช้ก็จะไม่ต้องเสียค่า Gas หรือ confirm และ Developer ก็สามารถพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้มากขึ้นมาก ถือว่าเป็น Hilight ของการอัพเดทเลยทีเดียว
eip1014

Source: https://eips.ethereum.org/EIPS/eip-1014

EIP1234 – Reduce Block Reward ซึ่ง Miner ไม่ชอบ เนื่องจากถูกลด Block Reward จาก 3 เหลือ 2 เนื่องจาก Ethereum จะ Update เป็น Proof of Stake (POS) ในอนาคต และลด Block Reward ลง เผลอๆ จะลดถึง 0 เลยด้วยซ้ำ ถ้าขุดต่อไปก็ไม่มีเงินใหม่แต่ก็ได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งจะลดการเกิดเงินเฟ้อใน Ethereum ·และเตรียมการไป Casper ·ด้วย แต่อยู่ดีดีถ้าลด Block Reward ·ก็จะเสีย Mining Pool ด้วยซึ่งผู้ใช้อาจจะไม่ถูกใจ แต่ไม่รับ Update ก็ไม่ได้เพราะว่าก่อนหน้านี้ Byzantium ใส่ Difficulty Bomb เข้าไปยังไงก็จะขุดได้น้อยลงแน่ๆ สุดท้ายก็ผลประโยชน์ก็พอๆ กับการลด Block Reward อยู่ดี ตอนนี้อย่างน้อยก็ยังได้ 2 Per Block อยู่แล้วไปจนกว่า Ethereum จะขึ้น

eip1234

Source: https://eips.ethereum.org/EIPS/eip-1234

การ Combo Ethereum Improvement Proporsal (EIP)

EIP1052 External Code Hash + EIP1014 Promising Contract สามารถจับมารวมกันได้ เพราะ EIP 1014 บอกว่าจะมี Smart Contract เกิดขึ้นในอนาคต แต่ว่าจะทราบได้อย่างไรว่า Code นั้นถูกต้อง ก็ต้องอาศัย EIP1052 มาตรวจสอบ Hash Signature ซึ่งตรวจสอบได้ในราคาถูกมาก เป็นการ Unlock Feature ใหม่ให้เกิดขึ้นซึ่งนับเป็นการพัฒนาซอฟท์แวร์ใหม่ที่เวิร์คมากๆ เนื่องจากตัว EIP 1014 เองก็ทำให้เกิด Feature ใหม่แล้ว แต่เมื่อ Combo กับ 1052 ก็จะยิ่งมีประสิทธิผลที่สูงขึ้นในการ Unlock Feature ใหม่อีก ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนา Software ใหม่ๆ และกว่าจะไปถึงการพัฒนา Software จริงๆ ก็ต้องรอ ตัว Solidity Language ใหม่ Update ซึ่งปัจจุบันก็พัฒนามาเรื่อยๆอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องรอคอยการ Hard Fork แต่การ Update ก็ต้องรอพอสมควร

Proof of Stake (POS) Concept & Road Map

ต่อไป Ethereum จะเปลี่ยนเป็น Proof of Stake (POS) ซึ่ง Roadmap ของ POS ·อยุ่ใน Ethereum 2.0 ซึ่งไม่ได้ระบุช่วงเวลาโดยอัพเดท Beacon Chain และไฮไลท์ของ POS คือจะทำ Sharding พร้อมกันได้ โดยจับสเกลมารวมกันจากที่เดิมที blockchain·เคยแยกกันอยู่ และ  Ethereum 2.0 ที่เป็น Casper จะทำพร้อม Sharding ซึ่ง Proposal ก็ยังไม่นิ่ง แต่คาดว่าตอนนี้จะเปิด 100 Shard ซึ่ง Maintain แค่เส้นเดียวและแตกออกเป็น 100 เส้น เรียกง่ายๆ คือ Smart Contract จะวิ่งใน 100 Shard นี้ โดยมี Beacon Chain ·เป็นตัวเชื่อมทั้งหมดและสามารถคุยข้าม Shard ·โดยใช้ Async call และไม่ต้องรอคำตอบ 2-3 Block จึงตอบกลับมา·เหมือน sync ถ้า Message ไปก็ตอบได้เลย เหมือน Establish Connection แล้ว ยัง sync หรือยังต่อกันอยู่ โดยจะมี 101 Chain เนื่องจาก มี 100 Shard และมี 1 Shard ที่จัดการให้ข้อมูล link กัน และจัดการ Casper ด้วย

sharding

Source: https://medium.com/imbrexblog/sharding-raiden-plasma-the-scaling-solutions-that-will-unchain-ethereum-c590e994523b

ยกตัวอย่าง Sharding ประเภทนี้ให้เห็นภาพ เช่น Hypermarket เวลาจ่ายเงินค่าธุรกรรม 1 แถว ก็มี 10 ล็อคให้จ่ายเงิน แทนที่จะเป็น 10 แถว Ethereum จะขยาย Payment Channel ในเสกลแนวนอน (Horizontal Scale) จากปกติเสกลแค่แนวตั้ง (Vertical Scale) สมมติว่ามีตึกเดียวแต่ขยายไปข้างๆได้ การทำ Vertical Scale หรือเสกลแนวตั้งก็เหมือน Bitcoin Cash ซึ่งเพิ่ม Block Size จาก Bitcoin เป็น 8 เมก 32 เมก เป็นต้น แต่ Proof of Stake รอบ 2.0 Vitalik วางแผนทำ Horizontal Scale หรือเสกลแนวนอน ซึ่งความยากของเสกลแนวนอนและแนวตั้งก็ยากทั้งคู่ เพราะว่ามีความซับซ้อนมาก ถ้าแตกออกเป็นหลายตึก แล้วให้ทุกอย่างคุยกันได้เหมือนเดิม เสมือนเวลาสร้างบ้านแล้วรีโนเวทแล้วต้องเอาของกลับเข้ามาซึ่งก็ยากกว่าการสร้างใหม่อยู่แล้ว

สำหรับ Casper ถ้า Ethereum อยากทำ Delegated PoS ปกติสามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องทำ Road map ยาวขนาดนี้ แต่ Mission ของ Vitalik ไม่ชอบ PoS ของทั้งโลกนี้เลย และไม่สนใจทำ Scaling ใน Level I แล้ว คิดว่า Block Producer เสี่ยงไป และ PoS ของ Vitalik ไม่เน้นความเร็ว อาจจะช้าเท่า PoW เดิมหรือเร็วกว่าเพียงนิดเดียว แต่ไปเน้น Offchain Scaling แทน ซึ่งไม่ต้องคาดหวังว่า Main-chain จะเร็ว และไม่พอสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศอยู่แล้ว เขาเลือกที่จะเน้นความปลอดภัย และไม่เพิ่ม Deligate เนื่องจากเสี่ยงเกินไป เขาต้องการทำแนวระนาบ ให้ทุกคนควรได้นำเหรียญมา Stake โหวตได้ มีเงินกองกลางตามฐานเสียงที่มากกว่า และมีสิทธิคัดค้านกันได้ แต่ไม่ใช่โหวตเลือกตัวแทน แค่มีคนหนึ่งคนยื่นหน้าตาของ Block ต่อไปออกมาให้โหวต ถ้า Block ใดฐานเสียงสูงกว่า Block นั้นก็จะได้เป็น Block ถัดไป วิธีคิดของ Vitalik ที่มาจาก BBC ซึ่งผู้สัมภาษณ์บอกว่า Smart Contract เป็นการแย่งงานคนหลายคน แต่ Vitalik มีแนวคิดใหม่ซึ่งเขาเชื่อว่า Smart Contract เป็นการ Disruption เพื่อสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นและดีกว่าเดิม ไม่ใช่เป็นการทำลายล้างอาชีพ ซึ่ง Vitalik ก็คิดถึงแผนระยะยาว แม้แต่ Blockchain ก็จะคิดให้เกิดสิ่งที่ work กับทุกๆ คน ความเสี่ยงของ Ethereum คือถ้า Vitalik คิดผิด Ethereum ก็จะเสื่อมความนิยม และถ้า Vitalik ไม่อยู่แล้ว Ethereum ก็จบเห่เลย ซึ่ง Vitalik เคยบอกว่าจะถอยออกมาหลังจบ 2.0

Casper ที่จะทำพร้อม Sharding คือ Proof of Stake per Shard ไม่ใช่ Proof of Stake per All โดยคนที่โหวต POS ใน Shard นี้จะไม่มีผลกับ Shard อื่นๆ นั่นคือเหตผลว่าทำไมจึงยิงพร้อมกัน แล้วทำไมถึงไม่ทำแคสเปอร์บน เมนเชน เพราะมันเสี่ยงเกินไป ถ้าระบบการโหวตแคสเปอร์บน เมนเชน พังก็จะพังทั้งเชน เ้พราะตอนแรกเปิด Gas บน Main-chain พร้อม Casper Sharding เราโยนเหรียญ อีเทอเรียมก็จะเกิดแฟรกเมนท์   การที่เรามีหลาย Shard ถ้ามี Ethereum อยู่ Shard A สามารถทำให้เงินโอนนั้น โอนไหลไป shard B หรือว่า C ได้จริงๆ และ POS จะมีเงินอยู่ใน Ethereum ถ้าเสียงโหวต เกินครึ่ง ใน Shard บล็อกต่อไปก็จะสร้างได้สำเร็จ

การที่รัน Casper พร้อม Sharding ก็เพื่อ Limit ความเสี่ยง หรือจำกัดความเสี่ยงได้นั่นเอง ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็แค่อยู่บน Chain เดิม และ Vitalik ไม่มีการบังคับให้ย้าย Shard เพราะเขาก็ใม่ได้ประกันความเสี่ยงได้ทั้งหมด สำหรับแบบเดิมก็คือ PoW มีทางไปไม่มีทางกลับและไปแล้วไปเลย ซึ่งหากจะเลือก Sharding มีตั้ง 100 Shard ให้เลือก คนก็ไปเลือกตัดสินใจเองได้ว่าต้องการอยู่ตรงจุดไหน

สำหรับตัวเลข Shard ไม่ได้ Final ว่าจะมี 100 Shard แค่สมมติขึ้นมาว่าใครเหมาะกับธุรกรรมแบบใดก็ไปอยู่ Shard นั้น แต่ที่มักได้ยินว่า 100 Shard ก็เนื่องมาจากว่า Beacon จัดการได้ 100 Shard บางอย่างเยอะก็ไม่ใช่ว่าจะดี เพิ่ม Block Size ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป คล้ายกับหลักเศรษฐศาสตร์ เช่น ธนาคารของไทยมีน้อยแต่ว่ามีสินทรัพย์ที่เยอะในตัวธนาคารเพื่อสร้างความมั่นคง แต่ก็แค่มีตัวเลือกน้อย ส่วนธนาคารอเมริกามีเยอะ ทำให้ความเสี่ยงกระจาย เป็นต้น

Proof of Stake from Implementer Perspective

PoS เป็นข้อจำกัดใหม่ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีคือ ได้เรื่องความเร็ว ที่กระจาย Shard เป็น 100 สาย คล้ายกับถนนถูกตัดมา 100 ถนน ทำให้ทำธุรกรรมแปลกใหม่ได้มากขึ้นด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกลงและเร็วขึ้น เนื่องจากความแออัดที่น้อยลง แต่ข้อเสียคือยากมากๆ ถ้าจะทำธุรกรรมข้าม Shard จะสร้างความยากให้ Developer สุดๆ ต้อง Manage Stage วุ่นวายมาก·แต่ User ชอบเพราะได้ใช้งานง่ายๆ ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว จะได้มีงานให้ Developer ทำ ก็เหมือนกับ Uber ที่ต้องไปคุยกับแทกซี่ทั้งหมด คิดโปรโมชั่น คุยกับผู้ใช้ แก้ปัญหานานา และถ้าง่ายคนจะทำเยอะก็ไม่ต้องมี Developer ก็ได้

สำหรับ Test Driven Development (TDD) คือการเขียนโปรแกรมโดยใช้ Code นำ เพื่อเป็นกรอบในการคิด เป็นการทำ QC ระหว่างเขียนโค้ด และไม่ต้อง QC ทีหลัง ซึ่งสำคัญมาก เพราะปัจจุบันมักจะ test ไม่เจอ แล้วเจอ Bug ทีหลังก็จะลำบากหนักต้องมานั่งแก้ยาวๆ

สุดท้ายนี้จะทำอะไรก็ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีๆ การจะซื้อ Ethereum ก็ควรจะทราบว่าลงทุนกับอะไร Bitcoin ลงทุนใน Coin หรือทองคำ Ethereum ลงทุนใน Gas หรือน้ำมัน แปลว่าการใช้งานนั้นต่างกัน อย่างไรก็ตามต้องขึ้นกับวิจารณญาณในการลงทุน

 

Share this Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.