lakchai4/ March 28, 2019/ วิเคราะห์, เหรียญ และ โทเคน, GUSD, Marker, PAX, TUSD, USDC, USDT/ 0 comments

Stable-Coin-Payment-Processing-USDT-TUSD-GUSD.jpg

ความหมายของ Stable coin

Stable coin เป็นเหรียญดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีกลไกในการรักษาราคาให้คงที่ ที่ไม่แกว่งมากไปตามความต้องการของตลาด โดยพื้นฐานของตัว Stable coin นั้นมันถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเก็บรักษามูลค่าของเงินในตลาด Crypto  ก็อย่างที่รู้กันว่าตลาด Crypto นั้นมีความความผันผวนสูงมากดังนั้นมันจะเป็นเรื่องยากมากๆเลย ที่เราจะรักษามูลค่าของเหรียญที่เรามีอยู่ในระบบนั้นให้คงที่ได้ ดังนั้น Stable coin จึงถูกออกแบบมาให้เป็นสื่อกลางสำหรับแลกเปลี่ยน เพื่อรักษามูลค่าเงินที่เรามีอยู่ในระบบให้คงที่

หลักการพื้นฐานของ  Stable coin

อย่างที่รู้กันว่าเงินตราที่เราใช้จ่ายกันอยู่ในปัจจุบันแท้ที่จริงแล้ว มันเป็นสิ่งไม่มีมูลค่าในตัวของมันเอง มันเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่ตัวมูลค่าของมันถูกกำหนดขึ้นมาโดยการตรึงกับสิ่งที่น่าเชื่อถือ   หรือการรับรองจากรัฐบาลของแต่ละประเทศ หลักการพื้นฐานของ  Stable coin ก็เช่นกัน มันถูกกำหนดให้มีมูลค่าขึ้นมาได้ โดยการตรึงกับทรัพย์สินที่มีมูลค่าอย่างสกุลเงินดอลลาร์ หรือสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ เงินหรือน้ำมัน ตัวอย่างเช่น เหรียญ USDT ที่ถูกตรึงไว้กับสกุลเงินดอลลาร์ และ เหรียญ Petro ที่ถูกตรึงไว้กับน้ำมัน  

คุณสมบัติของ Stable coin

คุณสมบัติที่สำคัญที่จะทำให้ Stable coin นั้นมีเสถียรภาพและเป็นที่ยอมรับนั้นจะต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่สำคัญสามส่วนคือ

    • Medium of Exchange คือ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายระหว่างกันเมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ
    • Unit of Account คือ เป็นหน่วยวัดมูลค่าหรือหน่วยที่ใช้สำหรับบอกราคาและสามารถบันทึกได้เมื่อมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันเกิดขึ้น
    • Store of Value คือ ต้องเก็บรักษาได้ กล่าวคือมีมูลค่าในตัวมันเองและไม่เสื่อมเสียมูลค่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

โดยองค์ประกอบทั้งสามส่วนนี้ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ สำหรับตัว Stable coin หรือแม้แต่เงินตราที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็อาศัยองค์ประกอบสามส่วนนี้เช่นกันมันจะขาดอันใดอันหนึ่งไปไม่ได้

ประเภทของ Stable coin

Stable coin ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายตัว อย่างเช่น Tether  ( USDT), TrueToken  (TUSD), Gemini  (GUSD), BitUSD  แต่ละตัวถูกจำแนกตามกลไกการการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆด้วยกันคือ

    • Fiat-collateralized
    • Crypto-collateralized
    • Non-collateralized

ซึ่งกลไกการออกแบบเหรียญแต่ละประเภทมันจะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ซึ่งกันละกันดังภาพ

 

stable coin type

https://1th.me/XEVQ

  • Fiat-Collateralized   

เป็น Stable coin ประเภทแรกที่ถูกออกแบบมาโดยมูลค่าของมันถูกตรึงไว้กับสกุลทั่วไปอย่างสกุลเงินดอลลาร์ โดยการออกเหรียญละครั้งจะต้องมีเงินดอลลาร์นำมาใช้หนุนหลังเสมอที่คิดเป็นอัตราส่วนของเหรียญที่นำมาผูกกับค่าเงินในอัตรา 1:1  Stable coin ที่ออกออกมาในลักษณะนี้ก็อย่างเช่น Tether (USDT), True Token  (TUSD), Gemini  (GUSD) ข้อดีของออกเหรียญในลักษณะของ Fiat-Collateralized คือราคาของเหรียญจะค่อนข้างคงที่แต่มีข้อเสียคือ ขาดความเป็น Decentralized เนื่องจากยังมีจุดศูนย์กลางคอยคุมอำนาจไว้อยู่และสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับเหรียญในลักษณะนี้ก็คือเรื่องของความโปร่งใสเพราะในการนำเหรียญเข้าสู่ระบบแต่ละครั้งนั้น เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเงินดอลลาร์ที่นำมาใช้หนุนหลังเหรียญนั้นมีอยู่ครบตามจำนวนจริงๆ หรือไม่

  • Crypto-Collateralized 

มีลักษณะคล้ายกับ Fiat-Collateralized แต่ต่างกันตรงมูลค่าของมันถูกตรึงไว้กับสกุลเงินที่เป็น Cryptocurrency เหรียญที่ออกแบบในลักษณะนี้ก็อย่างเช่น BitUSD,  Dai โดยทั้งสองเหรียญมีหลักการทำงานที่เหมือนกันแต่ต่างกันตรงที่ BitUSD จะตรึงกับตัว Bitshare ส่วน Dai จะถูกตรึงไว้กับตัว Ethereum การที่จะได้เหรียญ Stable Coin จะต้องนำเอา Bitshare  หรือ Ethereum ไปผูกกับ Smart Contract เผื่อให้ระบบเอา Stable Coin ออกมาถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพกันชัดขึ้นก็คล้ายกันกับกรณีที่เราไปกู้เงินธนาคาร เราจะต้องเอาบ้านหรือรถไปเป็นหลักค้ำประกันเพื่อที่จะให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ให้กับเรา  ในกรณีของ Bitshare และ Ethereum ก็เหมือนบ้านกับรถที่เราจะเอาไปเป็นหลักค้ำประกัน ส่วน Smart Contract ก็ทำหน้าที่เหมือนกับธนาคาที่จะให้เงินกู้กับเรา ตัว Stable Coin ก็คือเงินที่เราอยากจะกู้ เพื่อนๆพอจะนึกภาพออกไหมครับ!! โดยเหรียญที่ออกมาในลักษณะแบบนี้มีข้อดีคือ มันมีความเป็น Decentralized และความโปรางใสที่สูง แต่ข้อเสียคือเหรียญที่นำมาตรึงมีความผันผวนของราคาค่อนข้างสูงและเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาลงไปเยอะๆหรือเกินกว่าที่ระบบกำหนดมันจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียนว่า Black swan event  หรือคล้ายๆกับการล้างพอร์ต ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำหรับเหรียญที่ออกมาในลักษณะแบบนี้

  • Non-Collateralized 

เป็นประเภทของ Stable Coin ที่ไม่ได้ใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกัน แต่อาศัยกลไกทางการตลาดมาเป็นตัวแปรในการกำหนด Stable Coin ในลักษณะนี้ก็อย่างเช่น Basis, Carbon โดยตัวเหรียญในลักษณะนี้จะมีระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับความต้องการทางการตลาด คือมีการควบคุมอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ให้อยู่ในภาวะที่สมดุล เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความต้องการใช้เหรียญมากขึ้น ระบบจะทำการเพิ่มอุปทาน (Supply)โดยการสร้างเหรียญเพิ่มเข้าไปในระบบ เพื่อทำให้ราคาของเหรียญลดลง ในทางกลับกันถ้าความต้องการใช้ เหรียญน้อยลง ระบบจะทำการลดอุปทาน (Supply) โดยทำการซื้อเหรียญ คืนเพื่อทำให้ราคาของเหรียญเพิ่มขึ้น ข้อดีของเหรียญที่ออกมาในลักษณะแบบนี้คือมีความเป็น Decentralized ที่สูง แต่มีข้อเสียคือมันต้องอาศัยการใช้งานที่เกิดขึ้นจริงและมีความนิยมอยู่ในระดับหนึ่งมันถึงจะเกิดขึ้นได้

สรุป

Stable Coin  ถือเป็นเหรียญที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าของเงินในตลาด Crypto และถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับนักลงทุนที่จะใช้พักเงินเวลาที่ตลาดอยู่ในช่วงขาลงได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่มันมีเสถียรภาพในด้านราคาสูงทำให้เริ่มเป็นที่จับตามองของเหล่านักลงทุนหลายๆกลุ่ม ในขณะเดียวกันการสร้างเหรียญในลักษณะนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ดังนั้นการที่จะเลือกถือเหรียญใดเหรียญหนึ่งนั้นเราควรที่จะศึกษาและตรวจสอบให้ดีก่อนจะเลือกลงทุน

Share this Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.